โทรหาเรา 093-4205-885, 093-420-5858

ขาวละออขายสมุนไพรไทยผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก

“ขาวละออเภสัช” ติดใจหลังทดลองขายสมุนไพรไทยผ่าน อินเตอร์เน็ตไปทั่วโลกมากว่า 9 เดือน ด้วยสินค้า 2 ชนิด ฝันยอดขายเดือนละเกือบแสนบาท แถมเป็นลูกค้าต่างชาติกลุ่มใหม่ๆ ทั้งนั้น รุกเอาใจลูกค้าเตรียมทยอย เพิ่มชนิดสินค้าอีก 23 ชนิด ผู้ประกอบการเผยเป้าหมายสูงสุดหวังเป็นจ้า สังเวียนในการค้าสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลกผ่านอินเตอร์เน็ต

“ขาวละออเภสัช” หนึ่งในผู้ประกอบการ SMEs ไทยที่ยืนหยัดคงรักษาความเป็นภูมิปัญญาไทยไว้อย่างเหนียวแน่น ผลิตยาสมุนไพรเคียงคู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานาน ผ่านมามากกว่าครึ่งศตวรรษ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา “ขาวละออเภสัช” เป็นบทพิสูจน์หนึ่งในวิทยา การแพทย์แผนไทย ที่บอกให้โลกรู้ถึงศักยภาพของบรรพบุรุษไทยได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นที่พึ่งสำคัญในปัจจุบัน เพื่อต้านการครอบงำทางการแพทย์ด้วยความคิดแบบฝรั่ง ทำให้ยาสมุพไพรไทยเราสามารถส่งออกไปขายในต่างชาติได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร ทั้งยังไม่หยุดนิ่งในการนำสมุนไพรไทย ก้าวไปเปิดตัวในตลาดโลกโดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต

นายวัชรพงษ์ พงษ์บริบูรณ์ ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขาวละออ เภสัช กล่าวกับ “ผู้จัดการรายวัน” ว่า ขาวละออ เภสัชมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสมุนไพรไทยที่จำหน่ายในขณะนี้มีจำนวนถึง 28 ชนิด จำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปขายยังต่างประเทศ โดยใช้ช่องทางในการกระจายสินค้า คือ ขาวละออเป็นผู้ผลิตและส่งผ่านไปยังบริษัทตัวแทนจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง โดยมีตัวแทนจำหน่ายของขาวละออในประเทศ คือ บริษัท ดีทแฮล์มจำกัด และต่างประเทศก็มีตัวแทนเช่นกัน

“เรามองว่าในชีวิตประจำวันของ คนในสังคมนั้น เรื่องของการสื่อสาร นับวันจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น คนที่อยู่ในวงการธุรกิจจึงจำเป็นต้องมอง การเปลี่ยนแปลงนี้ และโยงใยให้สอดคล้องกับภาวะการค้า-การขายว่า สัมพันธ์กันอย่างไร ตลอดจนการมองการณ์ไกลไปในอนาคตข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องรูปแบบการค้าขายแบบเดิมๆ ที่ติดต่อกันสั่งสินค้ากันทาง แฟกซ์ซึ่งต้องรอการตอบกลับไป-กลับมาหลายครั้ง การนำระบบงานอัตโนมัติที่ทั้งสมัยเข้ามาใช้จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ”

ในส่วนของขาวละออฯ แม้ยังใช้ช่องทางในระบบเดิมอยู่ แต่ก็นโยบาย ในการพัฒนาการระบบการค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตด้วย ทั้งนี้ก็ยังไม่ทิ้งช่องทางการค้าแบบเดิมทั้งการทำตลาดภายในประเทศและต่าง ประเทศซึ่งผ่าน ทางตัวแทนจำหน่าย ขาวละออฯมองช่องทางใหม่ในการทำ ตลาดทั้งนี้เพราะเห็นโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง

การมีเว็บไซต์ขึ้นมาจะทำให้สามารถขายสินค้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่ว ถึงเพราะเป็นการสั่งซื้อโดยตรง ทั้งยังสามารถตอบโต้ข้อสงสัยต่างๆ ตลอดจนโต้ตอบข้อแนะนำข้อมูลที่ดีของผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค ได้โดยตรงต่างจากที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้ “เราเริ่มเปิดเว็บ www.khaolaor.com มา ตั่งแต่เดือนเมษายนปี 2542 การมีเว็บไซต์ขึ้นมาเหมือนกับเราเปิดร้าน ขายปลีกของเราเอง ลูกค้าเดิมก็ยังคงมีอยู่ในขณะที่ลูกค้าใหม่ๆก็ได้เพิ่มขึ้นมา”

วัชรพงษ์ กล่าวว่าการขายสมุนไพรผ่านอินเตอร์เน็ตของทางบริษัทจะมุ่งไปที่กลุ่มลูกค้า ชาวต่างชาติให้มากที่สุด ทั้งนี้เพราะการขายสมุนไพรในประเทศยังทำไม่ได้เพราะติดเรื่องตัวบทกฎหมายของ บ้านเมืองเรายังไม่ชัดเจนนัก ถือว่าสมุนไพรเป็นยา ดังนั้นการขายผ่านอินเตอร์เน็ตในประเทศต้องระมัดระวัง แต่สำหรับต่างประเทศแล้ว ถือว่าสมุนไพรเป็น อาหารเสริม ทำให้การค้าขายกับเขาจะไม่มีปัญหา

ปัจจุบัน ขาวละออฯ มีลูกค้าในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่สั่งสินค้าทางอินเตอร์เน็ต เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ส่วนในยุโรปและอเมริกาก็เริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้นในช่วงนี้ ตั้งแต่เปิดเว็บขึ้นมาเรามีการซื้อขายสั่งสินค้ากันจริงและจ่ายเงินจริง โดยมียอดขายเดือนละเกือบแสนบาททุกเดือน

สินค้าที่ทางห้างขาวละออฯ นำ ออกจำหน่ายผ่านทางอินเตอร์เน็ต ในช่วงแรกมี 2 ชนิดคือ อาหารเสริมกระเทียมสกัด ชนิดแคปซูล “อิมมิว นี ท้อป” และเครื่องดื่มผงสำเร็จรูปชนิดชง “หรรษา” ที่มีให้เลือกถึง 4 รสคือ ขิง กระเ จี๊ยบ มะตูม เก๊กฮวย และยังมีอีก 23 รายการทั้ง อาหารเสริม ยาสมุนไพรรักษาโรค เครื่องสำอางที่ได้เตรียมทยอยนำออกขายผ่านทาง อินเตอร์เน็ตเช่นกัน

ผู้บริหารขาวละออฯกล่าวว่าที่ผ่านมาถือเป็นการหาประสบ การณ์มาก ว่า เพราะการค้าผ่านอินเตอร์เน็ต ในประเทศถือเป็นเรื่องใหม่ และที่สำคัญ คือ ในอดีตถึงปัจจุบันตลาดการค้าผ่านอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยยังไม่ ขยายตัวมากนัก เพราะการค้าทางอินเตอร์เน็ตยังมีคนไทยเ ข้าร่วมน้อย คนใช้อินเตอร์เน็ตก็น้อย ส่วนมากเป็นการกระจุกตัวอยู่ที่นักเรียน นักศึกษา ซึ่งไม่ใช่นักธุรกิจ คนที่มีกำลังซื้อก็ไม่ได้ใช้หรือคนที่ใช้ก็ไม่มีบัตรเครดิต หรือไม่กล้าใช้บัตรเครดิต การใช้อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางหนึ่งในการทำตลาดจึงควรหวังผลเรื่องการทำตลาด ในตลาดโลกมากกว่า

จุดประสงค์ดั้งเดิมของขาวละออที่ทำเว็บไซต์ คือ การทดลองและเรียนรู้อย่างเดียว เป็นการเตรียมความพร้อมของตัวเราเองและพนักงาน มากกว่า โดยมีนโยบายบายว่าจะทำอะไรก็ตาม หากมีความเชื่อมั่นแล้ว ก็ควรลงทุนไปเลยไม่จำเป็นว่าต้องให้เกิดกระแสแล้วค่อยทำ ถ้าเราไม่เริ่มมาก่อนหน้าในวันนี้ก็อาจตามคู่แข่งไม่ทันก็ได้ ผู้ประกอบการ SMEs ในเมืองไทยจะต้องทำ ต้องคิดในเรื่องที่ไกลกว่าตัว 1 ปี

ขาวละออเริ่มลงมือทำเว็บไซต์มาพร้อมกับรายอื่น โดยมีการทำอย่าง ต่อเนื่องและจริงจังไม่ได้ทำเพื่อ โฆษณาหรือประชาสัมพันธ์แต่ท ำเพื่อขาย ของและก็ขายได้จริง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การก้าวไปสู่เวทีการค้าโลกในทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งต้องเริ่มจากการให้ลูกค้าลูกค้าเข้ามาดูเว็บไซต์ ของทางบริษัทให้มากยิ่งขึ้นรวมทั้งปิดการขายให้ไ ด้เพื่อต้องการเห็นสมุนไพรไทยขาวละออไปยืนในอยู่ในเวทีการค้าโลกในระบบ อินเตอร์เน็ตอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เพื่อเป็นผู้นำในวงการให้คนอื่นทำตามต่อไปหวังว่าเราน่าจะเป็นผู้นำในวงการ ต่อไป

วัชรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าเว็บไซต์ของไทยที่เข้ามาทำธุรกิจในขณะนี้ มีปัญหาอยู่คือ จะเป็นลักษณะการซื้อขายกันระหว่างภาคธุรกิจกับภาค ธุรกิจด้วยกัน หน้าจอเหมือนกับเป็น แค็ตตาล็อกออนไลน์ ให้ลูกค้าเข้ามาดู แม้จะมีการซื้อขายกันจริงแต่ไม่ได้ ผ่านทางบัตรเครดิต จึงเหมือนกับการโฆษณา ซึ่งไม่ใช่แนวการค้าทางอินเตอร์เน็ตที่สมบูรณ์นักหากต้องการจะแข่งขันกับ ต่างชาติ

การกระจายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตหากทำอย่างครบวงจรจะถือ เป็นช่องทางที่วิเศษมาก จะช่วยลดปัญหาในเรื่องภาษีการค้าต่างประเทศ เช่น การเกิดกำแพงภาษี ผู้ประกอบการคนไทยเราก็ทราบกันอยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า จึงไม่ควรละเลยที่จะศึกษาไม่ควรรอให้รัฐ ยื่นมือเข้ามาช่วยเพียงอย่างเดียวในกรณีของอินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน รวมเริ่มเสียเลยตั้งแต่วันนี้

ผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังไม่ได้นำสินค้าของตนมาขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต แต่กำลังเริ่มต้นนั้นอยากแนะนำว่าอยู่ที่วิชั่นของแต่ละคน พื้นฐานการค้าผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นไม่ยุ่งยากไม่ต้องเปิดร้านใหญ่โต เป็นสิ่งที่เหมาะกับสังคมไทย เพราะธุรกิจของคนไทยนั้น หากรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ จะไม่ค่อยก้าวหน้า แต่ถ้าทำคนเดียว หรือ 2 คนมักจะประสบความสำเร็จ ซึ่งตรงกับแนวคิดพื้นฐานของ SMEs ที่ว่าผู้ประกอบการต้องทำเองตัดสินใจเอง ผู้บริหารขาวละออให้มุมมองในฐานะผู้ที่เข้ามาบุกเบิกในธุรกิจนี้ก่อนไว้ใน ตอนท้าย

ตลาดเติบโตแบบช้า ๆ

เครื่องดื่ม ผงสำเร็จรูปนั้น แต่เดิมไม่มีความหลากหลายมากนัก ซึ่งเป็นที่รู้จัก กันอย่างดีก็ได้แก่ เก๊กฮวยผงสำเร็จรูปและขิงผงสำเร็จรูปแต่เนื่องจากพฤติกรรม การดำเนินชีวิตของคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปตามอารยธรรมของชาวตะวันตก ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว กอปรกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่เร่งรีบ ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ในการเลือกซื้อสินค้ามุ่งเน้นไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าคอนวี เนี่ยนสโตร์และมินิมาร์ต เพื่อความสะดวกสบายให้กับชีวิตมากขึ้น จึงทำให้ตลาดเครื่องดื่มผงสำเร็จรูปเติบโตขึ้นกว่าในอดีตโดยมีความหลากหลาย และยี่ฮ้อใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งผู้ผลิตยังพยายามปรับปรุงในเรื่องของการบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม และมีความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น เพื่อจูงใจการซื้อของผู้บริโภค

แต่อาจกล่าวได้ว่า จนถึงปัจจุบัน แม้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีอายุการวางตลาดเป็นเวลานานแล้ว และผู้บริโภคส่วนใหญ่ รู้จักดีก็ตามแต่ความนิยมในการบริโภคยังคงไม่แพร่หลายเท่าที่ควรเมื่อเปรียบ เทียบกับเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ทั้งนี้อาจเนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะอยู่ในกลุ่มผู้หญิงจนถึงผู้ สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ที่ไม่นิยมดื่มเครื่องดื่ม น้ำอัดลม ชา กาแฟ และ เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เป็นผลให้การเติบโตของตลาดนี้เป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามสภาพการเติบโตของผู้บริโภค ทั้งที่เครื่องดื่มดังกล่าวสามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งนับว่าเป็นข้อเสียเปรียบของสินค้า ประกอบกับการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ยังคงมีไม่มากเท่ากับเครื่องดื่มชนิด อื่นๆ จึงส่งผลให้เครื่องดื่มผงสำเร็จรูป ไม่เป็นที่ฮือฮามานักเช่นเดียวกับเครื่องดื่มสำเร็จรูปอื่นๆ ที่มา : หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน การตลาด – 19/01/2543

Logo

ลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสารเว็บไซต์

ติดตามรับข่าวสารและบทความจาก Khaolaor ไม่พลาดบทความที่น่าสนใจผ่านทางอีเมล์